Profil de o(^-^)o~* ei..e...。๐oO○ นะนู๋ปะกิมไข่เต่า ...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
|
。๐oO○ นะนู๋ปะกิมไข่เต่า กะ มะหมูอ้วนย้อย ○Oo๐。.:ll เพียงแค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขเกินพอแล้ว ll:. 9 août กาลเวลา...หกเดือนมานผ่านไปเร็วจังไม่ได้อัพมาหลายเดือนเลยนะเนี่ยะ
เห็นช่วงนี้มีคนอัพกันเยอะก็เลยเข้ามาอัพบ้าง อิอิ
สงสัยเพราะว่ามีแต่คนไปเล่น ฮิไฟท์ กานเยอะ
space ก็เลยม่ะค่อยมีคนเข้ามาอัพกันเท่าไหร่
ตอนนี้ก็ปาเข้ามาปี 5 แล้วนะเนี่ยะ ไวจิงๆแฮะ
แป๊บๆก็จะจบแล้วยังม่ะรุเลยว่าจาเป็นยังไง
ช่วงนี้ก็เรียนปายเรื่อยๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ
งานเข้ามากมาย เรียนก็หนักอยู่...นี่ก็พึ่งจาสอบเสร็จ
คะแนนก็ออกมาเหมือนเดิม แต่ก็ม่ะเท่าเมื่อก่อน
ช่วงเวลาหลายเดินที่ผ่านมา...
มีเหตุกาณ์อะไรหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายเลย
ทุกอย่างเข้ามาทำมห้เราสนสับวุ่นวายเป็นพักๆ
ส่วนมากก็เป็นเรื่องเดิมๆที่เราคิดม่ะตกสักที
กะว่าจะปล่อยวางม่ะคิดอาราย แต่ว่าก้ทำไม่ได้
บางสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความรุสึกนักยากที่จะเปลี่ยนนัก
แต่บางทีการที่ต้องจมปลักอยู่กับสิ่งเดิมๆ
มันไม่ได้ทำให้เรารุสึกดีขึ้นมาเลยสักนิด
แต่พอลองเปลี่ยนไป มันก็ม่ะใช่...
บางทีก็อยากหาคำตอบเมื่อกันนะว่าทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย
แต่พอคิดที่จะทำ มันก็ถอดใจก่อนซะแล้ว
+++++++++++++++++++++++++++++++
เรื่องบางเรื่องมานก็เหมือนนาฬิกา...
ที่ต้องหมุนวนซ้ำอยู่กับเลขเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ถ้าเราลองมองอีกมุม กลับพบว่า
เวลาที่มันหมุนนั้น ช่วงเวลามันไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ที่เดิมเลย
เวลามันผ่านไปตลอด... ไม่มีวันที่มันจะหวนหลับหรือเดินถอยหลัง
มันก็ม่ต่างอะไรจากเรา ที่ยังต้องเดินต่อไป
ถึงแม้จะต้องเจออะไรหรือพบเจออะไรเดิมๆก็ตาม
ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้แหละ...
หากเพียงแค่เราทำทุกวันให้มันดีพอสำหรับวันพรุ่งนี้
เราจะได้มะนึกมาเสียใจภายหลัง
ที่พูดมาทั้งหมดมานก็เป็นเรื่องเก่าๆที่อยู่เราก็คิดขึ้นมา
จิงๆเราควรจะฝันมันไว้กับอดีตมากกว่าที่จะรื้อฟื้นมันขึ้นมา
อะไรที่ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันจบและอยู่ตรงนั้น
อย่าไปเอามันมาคิดให้หนักสมองเลยดีก่า...
เฮ้อ!! เขียนมาซะเยอะเลย จิงๆมานม่ะได้เกี่ยวอะไรกานเลย
เพียงแค่อยู่ๆอยากนึกเขียนอารายขึ้นมาก็เท่านั้นเอง
จิงๆก็ม่ะมีอารายมากเลยที่เขียนเพราะว่าอยากเขียน
การได้ระบายอารายออกมาบ้างมานก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกานนะ
สบายจายขึ้นมาบ้างล่ะ หลังจากเจออารายมาเยอะ
อารายเกิดขึ้นเต็มปายหมดเลย...
++++++++++++++++++++++++++++++
ถึงแม้ว่าจะเจออารายมาเยอะ แต่เราก็รุสึกดีนะ
ที่มีคนคอยให้คำปรึกษาเราตลอดมา...
ขอบคุณนะที่คอยเป็นห่วงเรา ขอบคุณนะที่ม่ะรำคาญเรา
มะได้พวกนายคงแย่....ขอบคุณจิงๆ ^^
สงสัยกว่าจะได้มาอัพอีกทีคงนานแน่ๆเลยแฮะ..
คงต้องหาเรื่องอารายมาเขียนแทนเรื่องเดิมๆที่บ่นซำไปซ้ำมาซะและ
จิงๆเป็นเพราะว่าเรารม่ะค่อยได้ทำอารายเท่าไหร่มั้ง
มีแต่เรียน กะฝึกงาน...ม่ะค่อยได้ไปเที่ยวไหนเท่าไหร่
ก็เลยม่ค่อยมีเรื่องจามาเล่าเลย...
คอยก่อนแล้วกานน้า สัญญาว่าจาหาเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟัง
คงมีคนอยากรอฟังนะ อิอิ...
อยากกลับปายเขียน diary อีกจังเลยแฮะ....
นี่เราหลุดเขียนมาตั้งเจ็ดเดือนได้แล้วแหนะ....
ถ้าเขียนป่านนี้คงจบเล่มปายแล้วแน่ๆเลย
เพราะว่ามีเรื่องระบายเยอะเหลือเกิน....
ก็คงวนอยู่กับเรื่องเดิมๆอีกอ่ะแหละมั้ง....ทำไปทำมาก็วกเข้าเรื่องเดิม
ม่ะเอาและ พอแค่น้ดีก่า..เด๊ยวก็เหมือนเดิมอีก....
ปล่อยให้เวลามานเยียวยาทุกสิ่งแหละ...
อะไรๆมันก็คงจะดีขึ้นแหละ เชื่อสิ...
แล้วเวลาจาทำให้ทุกอย่างมานดีขึ้นเอง อย่ายึดติดกับอะไรมาก...
+++++++++++++++++++++++++++++++
อืม....อยากเขียนอะไรต่อนะ แต่นึกม่ะออกว่าจาเขียนอารายดี
มานั่งนึกๆดู ตอนนี้เราก็ใกล้จาจบแล้ว เหลือเวลาแค่ปีก่าๆ
ยังม่ะรุเลยว่าสิ่งที่เราเลือกมาจาเหมาะกับเราหรือป่าว
บางทีก็เหมือนรุสึกว่าเราเรียนมาผิดทางยังไงก็ม่ะรุ
เหมือนมานม่ะช่ายสิ่งที่เราอยากจะทำเลย
แต่ในเมื่อมานมาถึงจุดนี้แล้ว จะกลับปายแก้ไขก็คงจะไม่ใช่
แค่ทำทุกวันให้ดี ให้เต็มที่จะดีกว่า...
บางทีการทำในสิ่งที่คิดว่าม่ะใช่ มานก็เป็นเรื่องที่ท้าทายดีเหมือนกานน้า
ยิ่งถ้าเราทำได้...มันจะยิ่งน่าภูมิใจมากกว่าทำในสิ่งที่เราถนัดซะอีก
เพราะอย่างน้อยเราก็ได้รุว่า
เราก็ม่ะได้ด้อยปายกว่าใคร ก็เท่านั้นเอง....
ม่ะมีอารายยากเกินกว่านี้หรอก....หากเพียงแต่เรา
กล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ ก็คงม่ะมีอารายไกลเกินเอื้อม...
จงลุกขึ้นสู้...สู้เพื่อตัวของคุณเอง...
ม่ะมีครายมาคอยช่วยเราได้เสมอหรอก...ถ้าคุณม่ะยืนด้วยสองเท้าของคุณเอง
แล้วคุณจะรุได้ไงละว่า สิ่งที่ผ่านคุณเดินปายข้างหน้านั้น
มันจะเป็นสิ่งที่คงทน..ขาคุณเท่านแหละที่จะอยู่กับคุณเสมอ...
ต่อให้คุณใช้ไม้เท้า หรือรถเข็น พอเวลาคุณเจอทางที่ม่ะสามารถพามันไปได้
คุณก็ม่ะสามารถปายต่อได้ แต่ถ้าคุณใช้ขาของคุณเอง
ต่อให้ทางมันจะแค่ ขรุขระขนาดไหน คุณก็ยังสามารุเดินผ่านต่อไปได้
ถึงแม้ว่าคุณจะใช้เวลา หรือความพยายามอย่างมากก็ตาม...
หนทางรออยู่ข้างหน้า....จงเดินไปหามัน !!
แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จ 1 février ความเหงา = คิดถึง" ความเหงา " เป็นสิ่งที่คนรุจักกันดี
เค้ามักจะมาพร้อมกับความเศร้าเสมอ
ความเหงา มักเป็นคนที่ทุกคนไม่ค่อนอยากจะรุจักเค้า
ไม่อยากคุยกับเค้า..ไม่อยากแม้แต่จะเจอหรือมองแต่
แต่ทุกๆคนก็ทำไม่ด้หรอก
เพราะ ความเหงา เค้าเป็นคนไม่เรื่องมาก
เงียบ...ไม่ต่อรอง ไม่บ่น..
ทุกคนจึงมักจะอ้าแขนรับเค้ามาเป็นเพื่อน
ทั้งที่เติมใจรับ และไม่เต็มใจรับก็ตามเถอะ
แต่สำหรับตัวช้านเอง
แรกๆช้านก็ไม่ค่อยเต็มใจที่จะรับเค้ามาเป็นเพื่อนเท่าไหร่หรอก
เค้ามักจะทำให้ช้านเบื่อตลอดเวลา...
ต้องหันไปหา หรือคุยกับเพื่อนคนอื่นแทน
เช่น ดนตรี เสียงเพลง แล้วก็คอม
แต่ ความเหงา เค้าก็มักเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับช้าน...
จะอยู่ข้างช้านเสมอทั้งๆที่ช้านไม่อยากให้เค้ามาอยู่ใกล้ๆเลย
พอมาถึงวันนึง.... ความเหงา เข้าก็ทำให้ช้านรุว่า
เพื่อนที่เค้ามักพามาด้วยเสมอไม่ใช่มีแต่ความเศร้าเท่านั้น
เค้ายังมีเพื่อนอีกคนนึง ที่ช้านนึกถึงที่ไร
ก็อมที่จะอมยิ้มมีความสุขกับเค้าไปซะทุกที
เค้าคนนั้นก็คือ " ความคิดถึง "
ช้านไม่รุหรอกนะว่าเค้าสองคนเป็นเพื่อนกับได้ยัง
แล้วช้านก็ไม่รุเหมือนกานว่าเค้าเข้ากันได้ยังไง
แต่ช้านรุแค่ว่า.ช้านมีความสุขจังที่ได้เค้าสองคนมาเป็นเพื่อน
ขอบคุณ ความเหงา นะที่สอนให้เรารุจักเพื่อนคนใหม่
ขอบคุณ ความเหงา นะที่ทำให้เรารุว่าวันนี้แล้ววันข้างหน้าจะเป็นยังไง
ขอบคุณ ความเหงา นะที่มีเพื่อนน่ารักอย่าง ความคิดถึง
ขอบคุณ ความเหงา นะที่เป็นเพื่อนกับเราเสมอมา
แล้วก็ต้องขอบคุณ ความคิดถึง เหมือนกัน
ขอบคุณ ความคิดถึง ที่มีเพื่อนอย่าง ความเหงา
ขอบคุณ ความคิดถึง ที่ทำให้เรารุสึกว่าเรายังมีเพื่อนเสมอ
ขอบคุณ ความคิดถึง สอนให้เรารุว่านายสำคัญกับเรามาก
ขอบคณ ความคิดถึง ที่ทำให้เรารุว่านายเป็นคนยังไง
ขอบคุณจิงๆ...ขอบคุณมากๆ
แล้วคุณล่ะได้ทำความรุจักเค้าสองคนรึยัง
สำหรับช้านมานมี ความสุข มากเลยน้าที่ได้รุจัก
เวลาที่ช้านมี ความเหงา ...มันทำให้ช้านรุว่า
เวลาเราที่เราได้อยู่คนเดียวมานทำให้เรา คิดถึง ครายคนนึงขึ้นมาได้
มานทำให้เรารุว่า เรา คิดถึง เค้ามากมายขนาดไหนเวลาที่เค้าไม่อยู่
+++ คิดถึงจัง...คิดถึงจิงๆน้า +++
+++ คิดถึงที่สุดเลย รุไหม.... >~<" +++
นายความเหงากับสาวความคิดถึง !! ^^ 4 janvier สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด+++ สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด มักเป็นสิ่งที่ 'ไม่สำคัญ' ที่สุด +++
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน เราก้อมัก จะเห็นแค่ว่า ใครคนหนึ่งกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ +++++++++++++++++
จนวันหนึ่งถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม
หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึก ของคนที่ให้อยู่บ้าง
บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ
เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ +++++++++++++++++++++++
คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณ มากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า
สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ แต่ เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา
แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้นต่อคนๆนั้น ++++++++++++++++++++++
แต่ถ้าลองมองย้อนดู
ทำไมเราถึงมีเวลาทำ อะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน
เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญ กับสิ่งที่คุณลืมไปกับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง
อย่าปล่อยให้มิตรภาพดี ๆ ต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันหนึ่งถ้าต่างคนต่างไป เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า เรายังทำดีกับเขา
ไม่เพียงพอ
6 décembre ภูกระดึงจ๋า....^^ อิอิเย้เย้...เป็น trip ครั้งใหญ่เลยนะเนี่ยะ
นานๆจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆอ่า..อิอิ ^^
trip คราวนี้ปายกับตามภาษาหกสาว 555+
นานๆทีแจ๋วจะไปกับพวกเราด้วย
ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ก็มีอยู่ด้วยกาน 6 คนจ้า...
รายแรก>>>เป็นยายแม่..เอากระเป๋าไปแค่เป้สองใบเองอ่า
คนที่สอง>>>เป็นป้าแจ๋ว ...คนนี้ขนหนังสือไปด้วย ขยันเชียว
คนที่สาม>>>เกดเผือก อิอิ(แบบว่าขาวมั่กๆ) นี่เอาเป้ปายแค่ใบเดียว
แล้วก็เป็นนางฟ้ามาโปรด..แบบว่าเอาถุงนอนมาเผื่อเราด้วย
มาถึงคนทีสี่>>>คุณแก้วปิ้งก่าย..นี่กระเป๋าเยอะมาก แถมใบใหญ่อีกต่างหาก
คนที่ห้า>>>บัวศรี..คนนี้กระเป๋าเล็กสุด เป็นเป้ใบจิ๋วใบเดียว
ว่าแต่บัวยัดลงไปได้ไงเนี่ยะ..นับถือในความสามารถจิงๆ
ท้ายสุด>>>ก็ข้าน้อยเองแหละคราวนี้เกระเป๋าไปแค่ใบเดียว..
แต่ก็แอบใบใหญ่เหมือนกานนะเนี่ยะ...
พูดมาตั้งนานลืมบอกปาย..ว่าครายวนี้ที่ๆพวกเราจะไปก็....
" ภูกระดึง " ณ จังหวัดเลยจ้า ^^
+++++++++++++++++++++++
+++ วันศูกร์ที่ 30 พ.ย. 2550 +++
พวกเรานัดเจอกานที่หมอชิตตอนประมาณสามทุ่มครึ่ง
กว่ารถจะออกก็ประมาณสี่ทุ่มก่าๆ..ตื่นเต้นชะมัด
พอรถออกพวกเราก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง.
ตั้งหน้าตั้งตานอนเก็บแรงกานก่อนเลย..อิอิ
รถจอดแวะพักกินมื้อดึกที่ปากช่องตอนประมาณห้าทุ่มก่าๆได้
แต่แบบว่าไม่ได้กิยอะไรหรอกนะ แบบว่าแลกนมกล่อง
มาแทน..แบบว่าเก็บไว้กินเป็นอาหารเช้า..
ลืมปายว่า trip คราวนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นปายด้วยนะ
พวกกลุ่ม ยล ตั้ม บี ยะ มล เอ๋ และก็อาร์มอ่า...
แต่ว่าเราไม่ได้นัดกานไปหรอกนะ บังเอิญจิงๆเลยแฮะ
แล้วก็แบบว่าอากาศตอนนั้นหนาวมากแล้วเหมือนกานนะเนี่ยะ..
ไม่อยากคิดเลยว่าบนภูมานจะหนาวขนาดไหน...เฮ้อ
+++ วันเสาร์ที่ 1 ธ.ค. 2550 +++
ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่ต้องลงจากรถทัวร์แล้ว..ก็ถึงตอนประมาณตีสี่ยี่สิบได้อ่า
โ-ค-ต-ร หนาวลยอ่า...บรื๋อ.. ~o~" แบบว่าควันออกปากเลยน้า..ชอบๆ
เหมือนในหนังเลยอ่า...หลังจากนั้นเราก็นั่งรถสองแถวกานต่อ
ขับเร็วชะมัดเลยอ่า หนาวก็หนาวไม่รุจารีบปายไหน..หมอกลงเต็มไปหมด
รถปายถึงตีนภูก็ใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาทีอ่า...
แล้วก็เลยติดด่อเรื่องเต็นท์...กระเป๋าที่ต้องจ้างลูกหาบ..แล้วก็..
ค่ามัดจำขยะ..ที่เสียไปตั้ง 100 บาทแหนะ อิอิ
ก็เลยแบบว่าต้อเก็บขยะกลับลงมาให้ครบอ่า..อิอิจะทิ้งก็ไม่ได้เลย
หลังจากนั้นเราก็แวะกินข้าวเช้ากาน..มื้อเช้าวันนี้เป็นโจ๊กแหละ
ก็แอบอร่อยเหมือนกาน หรือว่าเพราะหิวกานแน่นะ อิอิ ^^
หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อแรกที่มาถึง...เราก็ออกเดินทางขึ้นภูกาน
ก่อนอื่นก็ต้องเข้าปายถ่ายรูปกับปายก่อน เป็นหลักฐานว่ามาถึงตีนภูแล้ว...อิอิ
เวลาที่เราออกเดินขึ้นภูก็ประมาณแปดโมงได้อ่า.เพราะว่าได้ยินเพลงชาติพอดี
เดินไปแค่ไม่ถึงสิบห้านาทีหอบจับเลยเรา เหนื่อยจังอ่า
หมดแรงเลย..ต้องขอนั่งพักก่อน..แล้วก็มุ่งหน้าเดินต่อปายอ่า...
ซำแรกที่เราปายถึงก็คือ "ซำแฮก" ไม่รุว่าเค้าตั้งเพราะว่าหอบแฮกๆอ่ะป่าว อิอิ
แต่เท่าที่รู้แจ๋วบอกว่า แฮก=แรก อ่า แบว่าเป็นซำแรกที่มาถึง
หลังจากนั้นก็ผ่านหลายๆซำมาเรื่อยๆ ไล่ตั้งแต่ซำแฮก ซำกกกอก ซำกอซาง
พร่ายพรานแป ซำกกหว่า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่เป็นซำสุดท้าย..
หลังจากนั้นก็เดินทางราบต่อที่เป็นพื้นทรายไปจนถึงที่พักเลย
รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้นกว่าแปดกิโลได้แหนะ..เหนื่อยเอาการเหมือนกันนะเนี่ยะ..--"
พอมาถึงที่พักก็ประมาณบ่ายโมงก่าๆได้อ่า..ลืมปายว่า....
เราพักทานข้าวกานที่ซำแคร่แหละ...ตอนประมาณสิบเอ็ดโมงได้อ่า..
กินข้าวกระเพราะเนื้อ อร่อยมากเลย...^^ จานละสี่สิบบาทอ่า
เอาน่า..เห็นเวลาลูกหายแบกของขึ้นมาก็แอบสงสารเค้าไม่ได้อ่า..
แบบว่าไหล่แบนเลย...ท่าจะหนักเอาการ แถมลูกหายที่เห็นยังเป็นลูกหายที่แบกถังแก๊ส..
สงสารเค้าจาง ก็เลยคิดว่ามานก็สมกับราคาบนนี้แล้วล่ะมั้ง..
หลังจากที่เรามาถึงที่พักกาน เราก็แยกย้ายกานไปอาบน้ำเพราะว่าเหงื่อท่วมตัวเลย
ทั้งๆที่อากาศข้างบนหนาวมากๆเลยน้า..อาบน้ำน้ำสระผมเสร็จหนาวมากๆ
ก็เลยปายกินข้าวเย็นกัน แล้วก็วางแผนเที่ยวพรุ่งนี้ด้วย
ระหว่างที่รอข้าวก็แอบงีบหลับปายนานเหมือนกานนะเนี่ยะ...
กับข้าวแอบไม่อร่อยเลยอ่า...แถมแพงมากๆเลยอ่า..ไม่อยากพูดถึงเลย >o<
หลังจากที่เรากินข้าวกานเรียนร้อยก็ต้องรีบของตัวเข้าเต็นท์ก่อน
เพราะว่าอากาศข้างนอกเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆเลยอ่า..ก็เลยต้องมาหาความอบอุ่นก่อน
อากาศในเต้นท์อุ่นกว่าข้างนอกเยอะเลยอ่า...แบบว่าตอนอาบน้ำนะ
เหมือนว่าเอาน้ำเย็นในช่อง freez มาเลยอ่า ดีนมะที่มานไม่เป็นน้ำแข็ง
แบบว่ากิจกรรมในเต็นท์นั้นก็ไม่พ้นกานนั่งเล่นไพ่...
ยิ่งมืดอากาศรอบๆก็ยิ่งเย็นเข้าปายเรื่อยๆ..ไหนจะต้องออกไปเข้าห้องน้ำ
แปรงฟัน อีกอ่า...คือว่าใส่เสื้อกันหนาวสี่ชั้นไม่ได้ช่วยอารายเลยอ่า..
หนาวโ-ค-ต-รๆเลย แบบว่านี่ถ้าปวดท้องกลางดึกกะว่าจะไม่ออกไปแล้วอ่า
คือว่า.อุณหภูมิตอนนั้นรุม่ะว่าเท่าไหร่... 5.5 องศาเองอ่า.....
เห็นแล้วก็แอบอึ้งปายเหมือนกาน..นี่เราไม่แข็งเลยหรือเนี่ยะ หนาวชะมัด
+++ วันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค. 2550 +++
เมื่อคืนนอนสบายมากๆเลย....แต่ก็แอบสงสารเกดนะเพราะว่าไม่มีผ้าห่ม
คือว่าผ้าห่มมากองที่เราก็บแก้วหมดเลยอ่า อิอิ
หลังจากตื่นนอนก็เดินไปแปรงฟัน...เหมือนเคยเรามักตื่นเป็นคนสุดท้ายเสมอ..
แบบว่าตอนเดินไปห้องน้ำมานยังมืดอยู่เลยอ่า...ดีนะมีคนบอก..
" หนูๆเห็นกวางป่าว ระวังเดิรชนกว้างนะ " อ่ะนะ ไอ้เราก็มัวแต่ง่วงนอน
เกือบเดินชนกวางแล้วแหนะ ก็มานตื่นเช้านี่นา ตีสี่เองอ่า..แบบว่า..
จะไปเดินดูกระอาทิตย์ขึ้นกานที่ผานกแอ่นอ่าตอนตีห้า....
ระยะทางไปกลับก็รวม 3.2 km เอง...ก็หลับจาเดินไปแหละ... -_-
พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้านี่ก็สวยเหมือนกานนะเนี่ยะ...คนเยอะเหมือนกานอ่า
อืม...หลังจากกลับมาจากดูพระอาทิตย์ขึ้น..เราก็ปายกินข้าวเช้ากาน
อาหารมื้อเช้าก็เป็นขนมปัง..อิ่มอร่อยกานไปหนึ่งมื้อ...
วันนี้เราต้องออกเดินทางกันทั้งวัน ก็เลยกะว่าจะแวะพักกินข้าวเที่ยวระหว่างทางอ่า
หิวตอนไหนก็กินกันตอนนั้น.....พอดีแบบว่าบัวทำหมูผอยมาอ่า..
ก็เลยแวะซื้อข้าวเหนียวแบกไปด้วยอ่า....ก็เริ่มเดินตั้งแต่ตอนเจ็ดโมงก่าๆได้อ่า
ก็ปายเดินหลายที่เหมือนกานนะเนี่ยะ..อาทิ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่
น้ำตกโพนพบ สระอโนดาด....แล้วเราก็มาพักเหนื่อยกานที่ "ผ่าหล่มสัก" ..
แบบว่ามีจุดชมวิวที่ใครมาถึงภูกระดึงแล้วไม่เข้าไปถ่ายรูปแสดงว่ามาไม่ถึงภูกระดึง
ก็ถ่ายรูปเป็นที่เรียบร้อย ก็เลยแวะซื้อโปสการ์ด แล้วก็นั่งกินน้ำแข็งใสกานอ่า..
เป็นกานพักขาไปในตัว หลังจาที่เดินมาได้ตั้งหลายกิโลแล้ว
หลังจากนั้นเราก็ลงประชามติกันว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่ "ผ่าเหียบเมฆ"
ระยะห่างจากที่นี่ไปได้ 4 kmกว่าๆอ่า กับว่าเวลาประมาณชั่วโมงครึ่งได้ม้าง
แรกๆก็ค่อยเดินกานไป หลังเริ่มเห็นว่าไม่ทันก็เริ่มวิ่งกาน...
เหนื่อนจะตายอ่า..แบบว่าเรื่องวิ่งนี่สู้ใครเค้าไม่ค่อยได้อ่า..รั้งท้ายเหมือนเคย
แอบเกือบไปไม่ทันดูพระอาทิตย์ตกดินแหนะ..เล่นเอาเราเหนื่อยลมแทบจับ
หมดสภาพกานไปเลย....ด๊นะยังมีแรงลุกขึ้นมาถ่ายรูป
หลังจากพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดิน
เพราะว่ากลัวว่าจะมืดไปกว่านี้ ไหนจะด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือ ประกอบกับที่วิ่งมาเมื่อกี้
ทำให้แต่ละคนขาลากกานไปตามๆกาน...คุณแก้วนี่หนักสุด
เพราะว่าโดนรองเท้ากัดมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แล้วไหนวันนั้ยังเดินแบบว่ามากมาย
เลยทำให้คุณแก้วต้องถอดรองเท้าเดิน กลายเป็นแฟชั่นที่หลายๆคนแอบทำตาม อิอิ
ก็เดินกานไปเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงกระกาศของเจ้าหน้าที่ที่บริเวณที่พัก
ทำให้เรามีแรงฮึดสู้กัดฟันเดินต่อไป แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น..
แบบว่าปลอดจายตัวเองอ่า...แล้วในที่สุดก็มาถึงที่พักจนได้ นอนหมดแรงกันที่ศาลา
รวมระยะทางแล้ว 20 กว่ากิโลได้แหนะ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะทำได้นะเนี่ยะ
แอบปลายปลื้มจายกานไปตามๆกานเลยทีเดียวคร้าบพี่น้อง
หลังจากนั้นเราก็พักไปอาบน้ำกาน...เอ๊ะรู้สึกว่าเราจะไปกินข้าวเย็นกานก่อน
อเย็นวันนี้เป็นมาม่าคัพที่เราซื้อมาตั้งแต่ที่กรุงเทพเลย..แถมยังต้องเก็บลงปายทิ้งข้างล่างด้วย
หลังจากอิ่มนำกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็แยกย้ายกานไปอาบน้ำ...
วันนั้ยังไม่ค่อยหนาวเท่าเมื่อวาน ทำให้รุสึกว่าอาบน้ำได้นานกว่าเมื่อวานหน่อย
หลังจากนั้นกิจกรรมเหมือนเดิมก็มาถึง...คือการนั่งเล่นไพ่กาน
แต่แบบว่าวันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวานนะ เพราะว่าเมื่อวานเราหยุดเล่นเพราะว่าง่วง
แต่ว่าวันนี้เราหยุดเล่นกานเพราะว่าเจ้าหน้าที่มาเตือนถึงเต็นท์เลยอ่า...
บอกว่าเต็นท์เราเสียงดัง..ก็แอบดังจิงๆแหนะ..ก็มานสนุกดีนี่นา
นึกถึงตอนเจ้าหน้าที่มาไล่ให้ไปนอนทีไรแอบฮากานไม่ได้...555+
แบบว่าอึ้งกานไปตามๆกานเลย...แล้วก็แบบว่าก็เลยแยกย้ายกานไปนอน
+++ วันจันทร์ที่ 3 ธ.ค. 2550 +++
เมื่อคืนก็หลับสบายอีกตามเคย...วันนี้ตื่นมาไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่อ่า
แล้วเราก็เก็บของกาน...แบบว่าต้องเอาของไปให้ลูกหาบตอน 7.30 อ่ะ
แบบว่าตอนมาน้ำหนักรวม 48 kg ขากลับน้ำหนักเพิ่มเป็น 52 kg เพิ่มมาตั้งสี่
ไม่รุว่าเพิ่มมาจากไหนอ่า..แต่ว่าของเราเท่าเดิมอ่า..ไม่เพิ่มไม่ลด
ตอนแรกนึกว่าเดินลงจะสบายกว่าขาขึ้นนะเนี่ยะ...
แต่ว่าด้วยขาที่ง่อยประกอบกับรองเท้าที่ดอกยางก็สึก..ก็เลยต้องเกร็งเท้ามากๆ
ปวดขามากมายเลยนะเนี่ยะ...เท้าพองมากมาย...
แบบว่าวิ่งลงมากับเกดแล้วก็เมย์อ่า...ลงมาถึงก่อนสามคน..ก็เลยได้นั่งพักรอยาวเลย
ระหว่างทางที่เดินกลับก็เจอแบบว่าพวกพี่ปีห้าอ่า..เค้าก็มาเที่ยวเหมือนกาน
กว่าจะปีนป่ายกันลงมาครบก็ปาเข้าปายบ่ายสามแล้ว...
หลังจากที่ลงมาครบก็นั่งรถพ่อแจ๋วกลับ..แบบว่าวันนี้ปายนอนบ้านแจ๋วอ่า
ชอบบ้านแจ๋วอ่า..แบบว่ามีสวนด้วยอ่า ชอบๆ
วันนี้ปายกินหมูกระทะแบบว่าแจ๋วเลี้ยง อิ่มหนำสำราญเป็นมื้อที่กินอิ่มเลย
เฮ้อ....หลังจากนั้นก็สลบเหือดเลย...เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
+++ วันอังคารที่ 4 ธ.ค. 2550 +++
วันนี้ตื่นไม่ค่อยเช้าเท่าไหร่แค่เจ็ดโมงก่าๆเอง...วันนี้แจ๋วพาไปเดินสวนที่บ้านมา
แอบชอบจังเลยอ่า...อิอิ วันนี้แม่แจ๋วทำข้าวให้กิน อิ่มอร่อยมากๆเลย
ซัดซะเต็มที่เลยอ่า..กินจนพุงกางเลย... หลังจากนั้นเราก็ปายกันที่ขนส่ง
แบบว่าเดินทางไปบ้านเมย์อ่า...จากเลยไปอุดร กะว่าไม่น่าจะนานนะ
แต่ว่ารถคันนี้นานมากเลยอ่า...นั่งแบบว่าดูหนังจบไปเกือบตั้งสองเรื่องแหนะ
ดูเรื่อง "คู่แรด" กับ "ไชยา" แบบว่าดูก็ลำบากไอ้คนนั่งข้างหน้ามานบังอ่า
มาถึงบ้านยายแม่ก็บ่ายๆแล้วอ่า...อืม..ก็แบบว่าปายกินแหนมเนืองมา
ก็อิ่มอร่อยปายอีกมื้อนะ.... แล้วก็แบบว่าไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกมานั่งเล่นคอม
เอารูปลงเครื่องยายแม่อ่า... แบบว่าก็เล่นเอานานอยู่เหมือนกานนะเนี่ยะ..
แบบว่ามานโหลดนานอยู่เหมือนกาน...เสียดายตรงที่ยายแม่ไม่ได้เอาสาย usb มาอ่า
หลังจากนั้นก็แบบว่าตอนประมาณสามทุ่มครึ่งก็ปายกับยายแม่
ไปส่งคุณบัว แก้ว แล้วก็เกด แบบว่าสามคนนี้กลับก่อนอ่า...ส่วนเราอยู่เที่ยวต่อ
+++ วันพุธที่ 5 ธ.ค. 2550 +++
วันนี้นอนกานเต็มที่เลย แอบตื่นสายเล็กน้อย..กว่าจะตื่นมาก็เก้าโมงแล้งอ่า
ตอนแรกกะว่าจะไปเที่ยวหนองคายกานเฉยๆ แต่แบบว่า
พอดีทำหนังสอผ่านแดนได้ ก็เลยไปเที่ยว "ลาว" กันอ่า..แต่ว่ากว่าจะข้ามไปถึงฝั่งนู้น
ก็ป่าเข้าไปเกือบบ่ายแล้วอ่า..จะไปเที่ยวไหนก็ลำบาก...แล้วไปกันแค่สองคนด้วย
ก็เลยได้เที่ยวแค่ตรงที่ duty free เองอ่า แต่แบบว่าก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาหรอกนะ
ไม่ค่อยมีอารายถูกเท่าไหร่เลยอ่า..มีแต่พวกเหล้ากับบุหรี่อ่าที่ถูกนะ
แต่ว่าก็ไม่ซื้อมาหรอกนะ...แบบว่าเป็นเด็กอนามัย อิอิ
อืม...หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับประเทศไทย (ดูหรูเชียวเหมือนกับว่าไปตั้งไกล)
หลังจากนั้นเราก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อกาน ก็อร่อยดีเหมือนกานนะ
กินแล้วก็แอบอดนึกถึงแก้วไม่ได้อ่า..แบบว่าแก้วชอบกินเนื้อมากๆ
หลังจากนั้นเราก็ปายเดินเที่ยวที่ตลาดท่าเสด็จกาน...ของถูกกว่าที่ duty free อีกอ่า
ดีนะที่ไม่ซื้อที่นั่น มาถึงที่นี่เราก็เลยซื้อขนมของกินใหญ่เลย
พอกระมาณบ่ายสองก่าก็กลับล่ะ แบบว่าเหนื่อยมาอ่า แบบว่ายังเพลียๆอยู่เลย
ก็เลยกลับมาบ้านเมย์นอนพักเอาแรงก่อนอ่า..ตื่นมาอีกทีก็ห้าโมงได้
วันนี้แม่เมย์พาไปกินสปาเก๊ตตี้หน้าเนื้อ แบบว่าเนื้อนิ่มมากเลย อร่อยอ่า
ขืนอยู่บ้านเมย์นานมีหวังอ้วนเป็นหมูแน่ๆเลยอ่า...มีแต่ของกินกร่อยๆทั้งนั้นเลยอ่า
แล้วเราก็ซื้อแหนมเนืองกลับมาฝากคนที่บ้าน...แถมแม่เมย์ยังจายดีเอาหมูยอมาให้กินอีกต่างหาก
ของกินแบบว่าเต็มไม้เต็มมือไปหมดเลยอ่า...แล้วจาถือไหมไม๊เนี่ยะ
รถทัวร์ออกจากอุดรก็ประมาณตอนสามทุ่มก่าเกือบสี่ทุ่มได้...
แล้วก็แบบว่าบนรถทัวร์เป็นแบบว่าเบาะนวดด้วยน้า...สบายเลยงานนี้
+++ วันพฤหัสบดีที่ 6 ธ.ค. 2550 +++
ในที่สุดก็กลับมาบ้านเกิดเราซะทีนะ...รถมาถึงหมอชิตตอนตีห้าก่า...
นั่ง taxi มาถึงบ้านก็หกโมงนิดๆได้อ่า...เหนื่อยชะมัดยากเลยอ่า...
กลับมาก็แบบว่าไม่ไหวแล้วต้องขอตัวปายนอนก่อนล่ะ...
กว่าตื่นมาอีกทีก็สิบเอ็ดโมงแล้วอ่า...มานั่งดูหนังกินไปเรื่อยๆแล้วก็พิมงาน
ใกล้สอบแล้ว..ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยซักตัวอ่า....
เทอมนี่คะแนนเน่าแน่เลย ติดคอมงอมแงมเลยอ่า...ว่ากลับไปมอแล้ว...
จะเอา notebook เข้าตู้แล้ว...ไม่งั้นก็ไม่ได้อ่านหนังสือซะทีอ่า...
โอเช..ปายแล้วดีก่าเขียนมาก็ยาวแล้วเหมือนกานนะเนี่ยะเรา
กำลังนึกอยู่ว่า trip คราวหน้าจะเที่ยวไหนกานดีนะ...
อิอิ อยากไปเที่ยวเหนือจางเลยแฮะ ไม่ก็ปายเที่ยวเกาะอ่ะแบบตอนมอหก อิอิ
++++++++++++++++++++++
special thanks : "หม่าม๊า" ที่ทำให้เข่งเกิดมาได้จนถึงทุกวันนี้
"ปะป๊า" ที่เป็น sponsor รายใหญ่ที่สนุบสนุนเรื่องเงินในครั้งนี้
"เจเจ้" ผู้ที่ให้ยืมพวก accessory ต่างๆทำมห้เราไม่หนาว...
"เพื่อน" ที่คอยให้กานสนับสนุนเห็นชอบในการจัดทำ trip ครั้งนี้
"ก่อก้อ" ที่คอยเป็นเพื่อนคุยยามเหงาทุกวันเลย.. ^^
มีความสุขจังเลย...แต่ว่าความสุขมักผ่านเป็นร็วเสมอเลย...ช้านจะสอบอีกแล้วหรือเนี่ยะ >o<~*
26 octobre เวชภัณฑ์จงเจริญ..^^ได้มีโอกาสไปภาคอีสานอีกแล้ว...คราวี้เราเดิทางไปศรีสะเกษกัน
ขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง..ออกเดินทางวันที่ 14 ตุลาคม
เวลาประมาณสี่ทุ่มก่าได้อ่า..อิอิ ดันจำเวลาไม่ได้ซะด้วย
คราวนี้ออกค่าย สพอ. มีหน้าที่หลกด้วยแหละ..
คือทำงานอยู่เวชภัณฑ์ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องยาเท่าไหร่หรอกนะ อิอิ
รถไฟไปถึงศรีสะเกษตอนแปดโมงก่าๆเกือบเก้าโมงแล้วม้าง..
แบบว่า..ตอนนอนบนรถไปเมื่อยชะมัดยากเลย...
นอนไม่ค่อยถนัดเลยอ่า..ปวดคอ ปวดตัวไปหมดเลย
ไม่ค่อยสบายตัวยังไงก็ไม่รุ ไหนจะมีคนมาขายไก่อีกอ่า..
คราวนี้ออกค่ายบ้าน 3 พี่ๆค่ายก็มี...พี่เบส (หัวหน้าบ้าน)
พี่ปั้น พี่ตาล (ครายๆก็หาว่าเป็นแม่พันธุ์ อิอิ) พี่แมน (แมน-แมน) แล้วก็พี่พล
ลืมไปว่ามีอาจารย์ไปสองท่านคือพี่แอ๊ค แล้วก็พี่เตย..เป็นที่ปรึกษาที่ดีมั่กๆ
งานคราวนี้ไม่เหมือนกับคราวที่แล้ว เพราะว่าเราต้องดูเรื่องยาเป็นส่วนมาก
ส่วนเรื่องพวก ป้อนยาถ่ายก็พอได้ทำบ้าง..ล้วง feces กับ เจาะเลือด
ก็ให้น้องๆได้ทำกาน..อ่ะนะ..ทำบ่อยแล้วให้คนอื่นเค้าทำกานบ้าง..
คราวนี้มีทำ vaccin ไก่เพิ่มขึ้รมา แต่ว่าก็ไม่ค่อยได้ทำหรอก
แบบว่าเจ้าของเค้าจับให้ม่ะได้อ่า..อย่างนี้จาฉีดได้ไหมเนี่ยะ
แล้วก็เป็ฯพวก vaccine rabies อันนี้ฉีดบ่อยแล้วเหมือนกาน
ค่ายคราวนี้เน้นเรื่องมวลชนสัมพันธ์มากก่าอ่า..ก็เลยมีทำกิจกรรมกับชาวบ้าน
เช่นพวกอบรมเด็ก ผู้ใหญ่ เล่นกีฬากับเด็กๆ
แหก็ดูออกจะเป็นคนรักเด็กเสียเหลือเกินนะ... แต่ก็ต้องยิ้มสู้เข้าไว้ แฮะๆ
แล้วก็เดินทางกลับวันที่ 20 ตอนประมาณสองทุ่มก่าๆเห็นจะได้นะ..
แล้วก็มาถึงบางเขนตอนประมาณ 7 โมง..ลงฝึกงานต่อตอน 8 โมงครึ่ง..
อึดป่าวล่ะ ขยันโครตๆเลยอ่า..แบบว่ามาช่วยงานอาจารย์เรื่องโรคเบาหวาน
แล้วก็ฝึกงานรอยสามต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ได้..ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ
เมื่อวันจันทร์ก็พึ่งนัดเพื่อน BR ไปกินข้าวกันที่สยาม...
น่าอิจฉาจิงๆเลย แอบมีแฟนกานหมดแล้วอ่า..ดูเราจิ..คงต้องอยู่บนคาน..
มองดูเพื่อนๆมีความสุขต่อไป
บางทีมันก็มีอิสระดีเหมือนกานน้า..อยากทำอะไรก็ได้..
(พยายามพูดเข้าข้างตัวเองสุดๆ จะได้รู้สึกดี อิอิ
ไหนจะมีบางคนที่สวยขึ้นทุกวัน..ไม่เหมือนช้านที่โทรมเรื่อยๆ...เฮ้อ!!!
แถเริ่มบ่นเหมือนคนแก่แล้วเหมือนกานแฮะ อิอิ..
อาทิตย์นี้ฝึกงานโรคผิวหนังก็สนุกไปอีกแบบนะ..แต่งานดูหมือนเดิมทุกวันอ่า
ลงศัลย์ก็อีกแบบนึง..ตอนนี้ที่แน่ๆเรายังไม่รุเลยว่าจาเลือกอารายดี
ต้องรีบๆคิดแล้วล่ะเรา..อีกไม่กี่ปีก็จะจบแล้วเน้อ...
สุดท้าย..ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จต้องอยู่ที่นั่นแน่นอน
5 octobre come backwelcome กลับมาแล้วกับการเขียน space
หลังจากห่างหายไปนานเหมือนกานนะเนี่ยะ
อิอิ ช่วงที่ห่างหายไปก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
นอกจากเตรียมตัวเข้าสู๋ช่วงสอบ แล้วก็ช่วงแข่งหลีด
แล้วก็แบบว่าไหนจะต้องทำ precamp สพอ อีกต่างหาก
อ่ะนะ.. แบบว่างานหนักมากมายเลยอ่าT^T
จนแทบไม่มีเวลาไปเที่ยวไปทำอะไรเลยอ่า
เหนื่อยมากมายเลย อืม..แล้วก็แบบว่า....เฮ้อ....
ช่วงเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นหลายอย่าง
ทั้งเรื่องที่นึกทีไรแล้วก็แอบอบยิ้มมุมปากไม่ได้
กลับเรื่องที่นึกทีไรแล้วก็แอบรู้สึกผิดขึ้นมาทุกทีไป
ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่กลืนไม่ได้คายไม่ออกทั้งนั้น
อืม...บางทีเราก็แอบไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ตัวเองเหมือนกาน
ว่าสิ่งที่เราคิดอยู่และสิ่งที่เราทำอยู่นั้น
มันถูกต้องแล้วหรือเปล่า หรือว่ามันอาจจะผิด
บางทีทำไล้วมานก็รู้สึกสบายใจ แต่ก็แบ็สึกหนักจายขึ้นมาซะงั้น
มันก็แปลกนะที่ว่าเรื่องแบบนี้การหาคำตอบสักอย่าง
มันช่างยากเย็นเหลือเกิน..คิดแล้วก็แอบเครียดทุกทีไป
ชีวิตมานก็เป็นอย่างนี้แหละ มักไม่ได้ราบรื่น
เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก.หากแต่ว่าเรานั้น
พร้อมรป่าวที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ข้างหน้าที่จะเกิด
ถ้าเรามัวแต่กลัวว่าจะผิดหวัง แล้วเราจะสมหวังได้ไงล่ะจิงม่ะ
11 août แล้วเราก็กลับมาในที่สุดก็ได้มีโอกาสมาup space อีกครั้งนึง
หลังจากห่างหายไปตั้งเดือนกว่าๆแหนะ
ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ค่อยมีเวลา แถมติดสอบอีกต่างหาก
แล้วก็อีกอย่าง...ที่กำแพงแสนมานไม่มี wireless
มาถึงที่ห้องอ่า..
ตัวรับสัญญาณมานดันมาเจ๊ง
ก็เลยเล่นคอมไม่ค่อยได้เลยอ่า..ไอ้ที่เล่นๆได้ก็แค่
แวะมา"check mail"เองอ่า..อืมม......
ตอนนี้กำลังลงตัวกับการใช้ชีวิตที่กำแพงแสนแล้วล่ะ
เริ่มแอบชอบแล้วเหมือนกันนะ..
เสียอย่างเดียวตรงที่ของกินมานน้อยไปหน่อยอ่า
วันๆก็เดินอยู่แค่ที่ "สะเดา" ไม่ก็ "สนามหลง"
แอบเริ่มเบื่อ
ยังน้ำหนักแอบขึ้นอีกต่างหากอ่า..คือว่า..
ช่วงแรกๆที่มาอยู่ก็ยังผอมอยู่ดี่ๆอ่า..แบบว่าน้ำหนักลด
เหลือแค่38เอง..ดีจายมากๆ
แต่พอช่วงสอบ..ก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเป็นเพราะว่า
ต้อง"อ่านหนังสือ"
แล้วไหนอ่านหนังสือมานต้องใช้พลังงานอย่างมากอีก
เนื่องจากเครียดมากมาย..metabolis เลยสูงขึ้น
ประกอบกับว่าเป็น...- -"..
ก็เลยเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นัก
แบบว่ากินไป อ่านไป..น้ำหนักก็เลยเพิ่มเอา เพิ่มเอา
เผลเลยเรางานนี้..
ก็เลยกะว่าหลังสอบคงน่าจะได้ไปออกกำลังกายบ้างนะ อิอิ
แต่แบบว่าจาไปตีเทนนิส แต่ฝนฟ้าก็ไม่เป็นใจ
ตกแทบทุกวันเลยอ่า..แถมเสื้อผ้าก็ดันไม่ยอมแห้งอีกต่างหาก
เหม็นอับกันไปเลยทีเดียว..โอ้วแม่เจ้า..
แล้วไหนจะต้องซ้อมแสตนอีกต่างหาก..ดีนะที่ว่า
ช่วงเวลาที่เค้าซ้อมแสตนตอนทุ่มครึ่ง..ก่อนหน้านี้
ยังสามารถไปหากิจกรรมอะไรทำก่อนก็ได้
รายงานมีอีกกองมหึมาเลยอ่า...โอวแม่เจ้า...
ไหนจะงาน radio เรื่อง the carpus อีกอ่า..
แล้วก็อีกหลายรายงาน
แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่น้ำหนักจะลดลงมา38อีกอ่า..T^T
คงต้องรออีกนานแน่ๆเลยอ่า...แย่จาง
อ้วนแล้วมานน่าเกลียดจะตายอ่า..ออกหน้า.."หน้าบาน"
กินน้อยๆแล้วกันงานนี้..ช่วงนี้คิดถึงเพื่อนๆจังเลยอ่า
อยากชวนเพื่อนๆไปเที่ยวเหมือนกานนะเนี่ยะ
อิจฉาเพื่อนๆบางคนจังอ่า..
อยากหยุดบ้างเหมือนกานนะเนี่ยะ..แต่ว่ากำแพงแสน
เค้าไม่มีจัดงานนี่นา อิอิ..อืม..ก็ยังคงต้องเรียนต่อไป
เอาไว้ว่างตรงกันเมื่อไหร่ก็คงได้ไปเที่ยวพร้อมหน้ากันนะ
อืม...อยากไปเที่ยวเร็วๆจางเลยอ่า..เบื่อคน
+++++++++++++++++++++++++
การเวลาบางทีก็ทำให้ตนบางคนเปลี่ยนไปได้เหมือนกันนะเนี่ยะ
จิตใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึงจิงๆอ่า...เดาได้ยากนัก
บางคนปากกับใจก็มักจะไม่ตรงกัน บ้างก็บอกอย่างแต่ทำอีกอย่าง
ทำไมสังคมนี้มันถึงช่างซับซ้อนเสียนี่กะไร..ผ่านมาตั้งหลายปี
เราก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า..สิ่งไหนจิง สิ่งไหนคือหลอกลวง
สมัยนี้หาคนที่จิงใจจิงๆนั้นได้ยากนัก..คนเรามักชอบใส่หน้ากากหากัน
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนะ..แต่มันก็นั่นแหละ...
ไหนจะเรื่องคำติฉินนินทา..มันก็เป็นธรรมดาโลก..เรื่องแบบนี้
นานาจิตตัง..ครายจะคิดอะไรก็ได้..เราจะไปห้ามความคิดของคนอื่นก็ใช่เรื่อง
เพยีงแต่ว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่านั้นเอง...โอ๊ยปวด head..>o< |
||||
|
|